วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ไทยสังเวยน้ำท่วม 602 ศพ กระทบทางอ้อมครึ่งประเทศ

 

ไทยสังเวยน้ำท่วม 602 ศพ กระทบทางอ้อมครึ่งประเทศ

เหตุน้ำท่วมไทยทำประชาชนเสียชีวิตพุ่ง 602 ศพ สื่อต่างชาติชี้ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อจังหวัดต่างๆ เกินครึ่งประเทศ...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 21 พ.ย. ว่า ยอดผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์รอบ 50 ปี ของประเทศไทย เพิ่มขึ้นเป็น 602 ศพแล้ว ขณะที่จังหวัดต่างๆ จำนวน 2 ใน 3 ของประเทศก็พลอยได้รับ

ผลกระทบทางอ้อมด้วยเช่นกัน ส่วนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีทั้งสิ้น 17 จังหวัด

ข่าวระบุด้วยว่า พื้นที่ทางตะวันตกของกรุงเทพฯ ต้องเป็นด่านรับน้ำจำนวนมาก ก่อนไหลลงสู่ทะเลทางอ่าวไทย และสถานการณ์น้ำเริ่มเลวร้ายลงอีกหน แม้ประชาชนในหลายพื้นที่ เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนไปแล้ว ขณะที่อีกหลายเขตของกรุงเทพฯและหลายจังหวัดใกล้เคียง ยังคงจมบาดาล.

 

โดย: ไทยรัฐออนไลน์

21 พฤศจิกายน 2554, 06:00 น.

http://m.thairath.co.th/content/oversea/218049

สิงห์บุรีน้ำสูงบางพื้นที่เหตุชะลอน้ำหวั่นเข้ากรุง

 

สิงห์บุรีน้ำสูงบางพื้นที่เหตุชะลอน้ำหวั่นเข้ากรุง

สถานการณ์น้ำท่วมขังในสิงห์บุรีเริ่มลดลงต่อเนื่อง บางพื้นที่เริ่มทำความสะอาดยกเว้นหมู่ 6 และ 7 ต.จักรสีห์ น้ำยังสูงระดับ 1 เมตรเหตุกรมชลฯยังไม่เปิดประตูระบายน้ำลำชวดเพื่อไม่ให้ไหลเข้าในหลายจังหวัดและกทม....

น.ต.เสน่ห์ เสวกพันธ์ นายก อบต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสิงห์บุรี ว่า ล่าสุดพื้นที่หมู่ 6 และหมู่ 7 ฝั่งตะวันออก ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มี 140 ครัวเรือนและประชาชน 560 คน ยังคงแช่น้ำท่วมขังอยู่ระดับน้ำลึกประมาณ 1 เมตร เพราะน้ำที่ไหลมาจาก ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ที่ไหลข้ามถนนมายังทุ่งพิกุลทอง-หัวป่า-โรงช้าง- วิหารขาว และทุ่งจักรสีห์ ซึ่งมีนากว่าหมื่นไร่ต้องอุ้มน้ำอยู่ไม่สามารถระบายน้ำได้ ต้องรอจนกว่าโครงการชลประทานบรมธาตุจะเปิดประตูระบายลำชวดที่อยู่ในเขต ต.พระงาม อ.พรหมบุรี และเมื่อเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าวแล้ว ก็จะทำให้น้ำไหลลงลำคลองกระทุ่มโพงก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย นอกจากนี้ยังต้องชะลอน้ำไม่ให้ไหลไปยัง จ.อ่างทอง-จ.อยุธยา และ กทม.ทำให้ประชาชนชาวนาจังหวัดสิงห์บุรีซึ่งต้องการที่จะทำนาไม่สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงเกือบจะเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยทางจังหวัดเริ่มมีการทำความสะอาดตามสถานที่ต่างๆ ยกเว้นบางพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพราะไม่สามารถระบายน้ำออกได้รอจนกว่าประตูระบายน้ำลำชวดจะเปิด


ส่วนการช่วยเหลือ ณ บริเวณถนนนายดอก ต.บางพุทรา อ.เมือง สิงห์บุรี นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทวงมหาดไทย และภริยา นางทิพวิภา สุวรรณรัฐ ได้มาเป็นประธานเปิดงาน "ร่วมน้ำใจช่วยฟื้นฟูผู้ประสบภัยจังหวัดสิงห์บุรี" โดยมี นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และนายสุพจน์ ประสงค์สุขสันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมคณะกรรมการฯ เข้าร่วม ซึ่งภายในงานได้มีประชาชนร่วมบริจาคเงินสดรวมทั้งสิ้น 1,500,000 บาท และสิ่งของรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยจะะนำเงินที่ได้จากการจัดงานไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสิงห์บุรีทั้ง 6 อำเภอ ที่ได้รับความเดือดร้อน ผ่านทาง นายก อบต.แต่ละอำเภอ ทำการคัดเลือกประชาชนผู้ยากไร้ ที่ได้รับความทุกข์จากอุทกภัยครั้งนี้ มารับเงินและสิ่งของในวันที่ 25 พ.ย.2554

 

โดย: ทีมข่าวภูมิภาค

21 พฤศจิกายน 2554, 03:15 น.

http://m.thairath.co.th/content/region/218039

'ประชา'ลงนนทบุรีหาแนวทางระบายน้ำออกกทม.

'ประชา'ลงนนทบุรีหาแนวทางระบายน้ำออกกทม.

"ประชา"ย่องเงียบดูระดับน้ำคลองส่วย- คลองบางเขน พื้นที่จ.นนทบุรี เพื่อเปิดเหล็กชิพพายหาทางระบายน้ำออกจากเขตทุ่งสองห้องกทม.สู่คลองดังกล่าวสุดท้ายไม่สำเร็จเหตุระดับน้ำยังสูง...

เมื่อเวลา 20 .00 น.วันที่ 20 พ.ย. 2554 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ. พร้อมด้วยนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี และนายนิทัศน์ ศรีนนท์ ส.ส.นนทบุรี เขต 1 พรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่ถนนประชาชื่นตัดกับถนนสามัคคี อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ติดกับคลองประปา เพื่อมาตรวจจุดอุโมงค์ไซฟอน ที่ระบายน้ำจากคลองเปรมประชากร ออกสู่คลองส่วย และคลองบางเขน ซึ่งทางเทศบาลนครนนทบุรี ได้นำแผ่นเหล็กชิพพายมาปิดกั้นเพื่อชะลอน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งตรงจุดนี้เคยมีปัญหาที่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งเคยมีปัญหาขัดแย้งมาก่อนหน้านี้


ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา ต้องการจะให้ทางเทศบาลนครนนทบุรี เปิดแผ่นเหล็กชิพพายออก เพื่อให้น้ำในพื้นที่ในเขตทุ่งสองห้องลดระดับลง แต่หลังมาตรวจสอบแล้วพบว่า ระดับน้ำในคลองบางเขนยังมีระดับสูงอยู่ ในขณะที่ทางเทศบาลนครนนทบุรี ก็ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 ตัว เดินเครื่องสูบน้ำออกตลอดเวลาเพื่อให้น้ำที่ไหลมาจากท่อไซฟอน ไม่ให้เอ่อท่วมในพื้นที่


อย่างไรก็ตามหลังจากพล.ต.อ.ประชา ได้เดินตรวจดูสภาพน้ำในคลองบางเขนซึ่งยังคงมีระดับสูงอยู่ และเห็นว่าถ้ายกแผ่นเหล็กชิพพายออกจะทำให้น้ำจากคลองเปรมประชากร ไหลเข้าท่วมพื้นที่จังหวัดนนทบุรีอย่างแน่นอน จึงได้ยกเลิกแผนการระบายน้ำดังกล่าวและเดินทางกลับทันที

 

โดย: ทีมข่าวภูมิภาค

21 พฤศจิกายน 2554, 03:29 น.

 

จะเสี่ยงวัดดวงหรือ?

จะเสี่ยงวัดดวงหรือ?

ได้จังหวะเขย่าขวัญคนแหยงม็อบ กระตุกอารมณ์พวกเบื่อม็อบ

สัญญาณจากขาใหญ่กลุ่มพันธมิตรฯประกาศนัดรวมพลชุมนุมด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการคัดค้านร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในการเอื้อประโยชน์ให้  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ไล่ฟ้องดะ ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งต่อร่างพระราชกฤษฎีกาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ พร้อมกันนี้จะมีการเสนอเรื่องไปยังคณะองคมนตรี เพื่อยับยั้งในการ เสนอทูลเกล้าถวายคำแนะนำเพื่อรอให้กระบวนการขัดแย้งได้ข้อยุติ รวมทั้งจะมีการยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกรณีการกระทำความผิดขัดต่อกฎหมายของ ครม.ในการปรับแก้ร่างพระราชกฤษฎีกาโดยมิชอบ

แต่สุดท้ายก็ประกาศยกเลิกการชุมนุม เพราะพอใจที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ยืนยันจะยึดพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ปี 2553 เป็นหลัก

และก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยสัญญาณตอบรับจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสียงเข้มๆ จากหัวโจกกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง หัวขบวนเสื้อแดงขอนแก่น แนวร่วมภาคเหนือ ภาคอีสาน รัวเกราะเคาะไม้เรียกพลกองทัพแดงสนับสนุนพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษอดีตนายกฯทักษิณ

พร้อมลุยทุกกระบวนท่า ถึงขั้นท้า "ม็อบชนม็อบ"

กองเชียร์ กองแช่ง ตั้งป้อมเปิดแนวรบตะลุมบอน เตลิดไปไกลแล้ว

ทั้งๆ ที่ในขั้นของความชัดเจน ตัวเอกตามท้องเรื่องอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ได้เขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และให้นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า

"จากการเสนอพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษฯ จึงมีข่าวว่าอาจจะมีผมร่วมอยู่ด้วย ผมมั่นใจในหลักการที่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำการใดๆที่ให้ประโยชน์แก่ผม หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำใดๆในช่วงนี้ ต้องเป็นไปเพื่อนำประเทศสู่ความปรองดอง และฝ่าฟันวิกฤติจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมใหญ่เท่านั้น"

ตามอาการ "ลอยตัว" ตีกรรเชียง

ขณะที่ "มือชง" อย่าง "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ก็ยักท่าแค่ว่า เรื่องนี้คนเอาข่าวออกมาแพร่งพรายและวิพากษ์วิจารณ์ ไม่รู้กาลเทศะ เพราะยังไม่มีบทสรุป ไม่สามารถพูดได้ เพราะหากพูดไปก่อนแล้วภายภาคหน้าไม่เป็นไปตามนั้นก็อาจเสียคน

แทงกั๊ก พร้อมชักเข้า ชักออก

ไปๆ มาๆ คนที่รู้ตื้นลึกหนาบางกลายเป็นคนนอกอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่รับมุกจาก "สารวัตรเหลิม" แพลมไต๋ "หนอนบ่อนไส้" 4 รัฐมนตรีที่เอาความลับเรื่องพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษมาปล่อยข่าวข้างนอก

คนแรกเป็นรัฐมนตรีที่กำลังจะแต่งงาน คนที่สองเป็นรัฐมนตรีที่ชื่อสั้นๆไม่กี่พยางค์ แต่ความหมายยาว ตัวป้อมๆ คนที่สามเป็นรัฐมนตรีพรรคร่วมคุมกระทรวง "อ" และคนที่สี่เป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเอง คุมกระทรวงใหญ่ แต่เพราะอยากเอาใจสื่อ บริหารงานก็งั้นๆไปได้เพราะมีผู้ใหญ่หนุน ประเภทน้ำเลี้ยงดี จึงเอาเรื่องนี้มาปูดจนกลายเป็นเรื่อง

ตามท้องเรื่องจึงต้องไปควานหา เค้นเอาความจริงจากปริศนา 4 รัฐมนตรี "หนอนบ่อนไส้"

ที่แน่ๆ ชนักของอดีตนายกฯทักษิณ ไม่ใช่แค่โทษจำคุก 2 ปีในคดีที่ดินรัชดาฯ แต่ยังมีอีกหลายกรณีว่าด้วยคดีใช้อำนาจโดยมิชอบที่ค้างจ่ออยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของศาล

อาทิ คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 4,000 ล้านบาท คดีแปลงสัญญาสัมปทานธุรกิจโทรคมนาคมเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป คดีทุจริตการออกหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัวโดยมิชอบ และคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือซุกหุ้น ที่  ป.ป.ช.ยื่นฟ้องหลังศาลฎีกาฯได้ตัดสินยึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ดังนั้น การอภัยโทษแค่คดีจำคุก 2 ปีกรณีที่ดินรัชดาฯ ก็คงไม่มีผลอะไร

มันไม่มีหลักประกันใดๆ ถ้ากลับมาติดคุกพอเป็นพิธี 1-2 วัน แล้วจะหลุดบ่วงหมด

"นายใหญ่" จะเสี่ยงวัดดวงเชียวหรือ

ในเมื่อโฉบไปโฉบมาอยู่เมืองนอก ยังหายใจคล่องกว่า โดยเฉพาะถ้าเทียบกับพวกที่โดนล้อมกรอบเข้ามาเรื่อยๆ ตามคิวล่าสุดที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีสลายม็อบเสื้อแดงจนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ พูดถึงความคืบหน้าในการไต่สวนคดี จะประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนวนคดีของตำรวจ เพื่อขอผลชันสูตรพลิกศพมาดูว่าการเสียชีวิตแต่ละรายมีใครต้องรับผิดชอบ

ยอมรับกันเลยว่า นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล คำให้การของพยานต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยบอกว่า ไม่รู้ว่าใครฆ่า เปลี่ยนมาเป็นอาจจะเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ

โดยเฉพาะในกรณีของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้การกับพนักงานสอบสวนตำรวจ พาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. ป.ป.ช.จะมีการทำหนังสือเชิญมาให้ปากคำอีกครั้ง แทนการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร

มีคนเริ่มเกิดอาการ "นอนไม่หลับ" ก็แล้วกัน.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

โดย: ทีมข่าวการเมือง

21 พฤศจิกายน 2554, 05:03 น.

http://m.thairath.co.th/content/pol/218015

 

40 ปี กับที่โลกหมุนด้วยสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า 'โพรเซสเซอร์'

 

40 ปี กับที่โลกหมุนด้วยสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า 'โพรเซสเซอร์'

ครบรอบ 40 ปี จากวันแรกของ ''อินเทล 4004'' ไมโครโพรเซสเซอร์เครื่องแรกของโลก สู่บทบาทใหม่ของเทคโนโลยีไมโครโพรเซสเซอร์ บนคอมพิวเตอร์ เพื่อการวิเคราะห์การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ...

เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ในเดือน พ.ย.2514 หรือก่อนที่มนุษย์จะได้เดินทางไปเหยียบดวงจันทร์ บริษัทอินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวไมโครโพรเซสเซอร์รุ่น "อินเทล 4004" รุ่นแรกของโลก ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติระบบดิจิตอล ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่เคยเห็นว่าไมโครโพรเซสเซอร์มีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่อุปกรณ์ทุกชนิดที่มีไมโครโพรเซสเซอร์ฝังอยู่ด้านใน ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา จนไม่สามารถละทิ้งไปได้ โดยไมโครโพรเซสเซอร์ คือ "มันสมอง" ที่ฝังอยู่ในคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ โทรศัพท์ รถยนต์ กล้องถ่ายรูป ตู้เย็น วิทยุ โทรทัศน์ และอุปกรณ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเกือบทุกชนิด 

จำนวนไมโครโพรเซสเซอร์ที่เพิ่มขึ้น มาจากความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของอินเทล ในการผลักดัน "กฎของมัวร์" ที่ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในราวทุกๆ 2 ปี จำนวนทรานซิสเตอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ขณะเดียวกัน ประสิทธิภาพการทำงานกลับเพิ่มสูงขึ้นและต้นทุนจะลดลง กฎข้อนี้ได้กลายเป็นโมเดลพื้นฐานของการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ติดต่อกันมานานกว่า 40 ปีแล้ว เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับอินเทล 4004 แล้ว พบว่า อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 มีประสิทธภาพในการทำงานมากกว่าถึง 350,000 เท่า โดยที่ทรานซิสเตอร์แต่ละตัว สามารถประหยัดพลังงานไปได้ลดลงกว่า 5,000 เท่า นอกจากนี้ราคาของทรานซิสเตอร์ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าลดลงกว่า 50,000 เท่า

รูปแบบของไมโครโพรเซสเซอร์ในอนาคต ที่จะได้รับการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22 นาโนเมตร ซึ่งมีกำหนดจะเข้าสู่ระบบการผลิตในปี 2555 มีผลมาจากความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของสถาปัตยกรรมทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3 มิติ ซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่สำหรับทรานซิสเตอร์ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และประหยัดพลังงานมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นจากทรานซิสเตอร์เหล่านี้จะเป็นการนำ "กฎของมัวร์" เข้าสู่ยุคใหม่ และช่วยเปิดประตูไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับอุปกรณ์ได้อีกหลากหลายชนิด

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิวัฒนาการแห่งเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาลในอีก 40 ปีต่อจากนี้ จะเทียบเท่าหรือพัฒนาไปได้ไกลกว่ากิจกรรมทุกชนิดที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมากว่า 10,000 ล้านปีในประวัติศาตร์ของมนุษย์เราเสียอีก ในส่วนของเทคโนโลยีชิป จะมีความก้าวล้ำไปจนถึงยุคที่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัว และตอบสนองต่อความต้องการของคนได้อย่างดี คุณสมบัตินี้จะมีผลต่อธรรมชาติในการสื่อสารระหว่างผู้คน อุปกรณ์ในการรับข้อมูล และการให้บริการข้อมูล นอกจากนี้อุปกรณ์ชนิดต่างๆ สำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพีซี สมาร์ทโฟน รถยนต์ และโทรทัศน์ จะกลายเป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำผู้คนในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว แทนที่จะเป็นเพียงแค่เครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น 

บทบาทสำคัญของไมโครโพรเซสเซอร์ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ


จากปัญหาน้ำท่วมและความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนในประเทศไทยกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ ทำให้เราจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และวิธีบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ซึ่งการทำให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างไมโครโพรเซสเซอร์มาใช้

นักวิจัยของอินเทลได้พัฒนาสถาปัตยกรรมพิเศษที่ทำงานบนคลาวด์ขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่าโมเดลจำลองสภาพภัยพิบัติที่ชื่อ "Distributed Scene Graph" ขึ้นมา โมเดลนี้สามารถสร้างภาพจำลอง 3 มิติสมบูรณ์แบบ ซึ่งมีลักษณะเหมือนการทำงานของเกม เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการน้ำศึกษาแนวทางแบบเสมือนจริงในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนสร้างมาตรการป้องกันและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ที่ทำให้การดำเนินงานคุ้มค่าและแม่นยำกว่าในอดีต ซอฟต์แวร์นี้ยอมให้ผู้เชี่ยวชาญหลายพันคนมีส่วนร่วมกับการจำลองเหตุการณ์ภัยพิบัติ ในรูปประสบการณ์แบบเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนต่างๆเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในลักษณะของภาพรวม ไปพร้อมๆ กับการสาธิตคุณค่าของการช่วยชีวิต ที่ได้รับจากระบบเซ็นเซอร์ราคาถูก และระบบอัจฉริยะซึ่งทำนายสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ

ในส่วนการเตือนภัย การตอบสนอง และเตรียมพร้อมกับภัยพิบัตินั้น นักวิจัยของอินเทลยังเน้นไปที่เรื่องของระบบเซ็นเซอร์ที่ทำงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย เทคโนโลยีนี้อยู่ในรูปของเซ็นเซอร์ราคาถูก ที่ส่งสัญญาณออกมาแบบเรียลไทม์ ที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ อาทิ ป้าย RFID ที่มีแบตเตอรี่ในตัว เพื่อใช้ระบุยานพาหนะสำหรับใช้ในการวางแผนขนส่งและการอพยพผู้คน ไปจนถึงเซ็นเซอร์ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบองค์ประกอบหลัก 16 ชนิดของน้ำ เป็นต้น

และท้ายสุด อุปสรรคหลักของพื้นที่ประสบภัยพิบัติ คือ ระบบเชื่อมต่อเครือข่ายที่ใช้การไม่ได้เนื่องจากระบบเครือข่ายพื้นฐานเกิดความเสียหาย อินเทลจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำงานปกติหลากชนิดขึ้นมา เพื่อรองรับความต้องการแบบนี้ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ติดตั้งและใช้งานได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบจำกัดหรือไม่มีเลยได้ ยกตัวอย่างเช่น จุดเชื่อมต่อโมบายล์ (mobile access point) ที่ใช้อินเทล อะตอม โพรเซสเซอร์ กินไฟต่ำ และสามารถรองรับบริการหลากรูปแบบ อาทิ อีเมล์ เซิร์ฟเวอร์ เว็บเซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายที่รองรับการทำงานเสริม (delay tolerant networking) เป็นต้น

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโพรเซสเซอร์

หากเปรียบเทียบความเร็ว ระหว่างไมโครโพรเซสเซอร์รุ่นแรกที่ชื่อ อินเทล 4004 กับทรานซิสเตอร์รุ่นล่าสุด จะคล้ายกับการเปรียบเทียบความเร็วของหอยทาก (5 เมตรต่อชั่วโมง) กับความเร็วของนักวิ่งเคนยา ที่ชื่อแพทริก มากัว มุสโยกิ ที่เพิ่งทำลายสถิติการวิ่งมาราธอน (วิ่ง 42,195 เมตร โดยใช้เวลาทั้งหมด 2:03:38 ชม. ที่ความเร็วเฉลี่ย 20.6 กม./ชั่วโมง สถิตินี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน ต.ค.ที่เมืองเบอร์ลิน)

ขณะ แลปท็อปรุ่นใหม่ๆ ใช้พลังงานคิดเป็นมูลค่าราวๆ 25 ยูโรต่อปี (1,025 บาท) ถ้าหากอัตราการใช้พลังงานไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยนับตั้งแต่ปี 2514 แลปท็อปในปัจจุบันจะใช้พลังงานมากกว่านี้ 4,000 เท่า โดยเสียค่าใช้จ่ายราวๆ 100,000 ยูโร (410,000 บาท) ต่อปี

ดายของโพรเซสเซอร์ 4004 ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ 2,300 ชิ้น ส่วน อินเทล™ คอร์™โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ในปัจจุบัน มีทรานซิสเตอร์เกือบหนึ่งพันล้านชิ้น

อินเทล คอร์ โพรเซสเซอร์ ในปัจจุบัน มีไมโครโพรเซสเซอร์ 995 ล้านชิ้น ถ้าหากทรานซิสเตอร์แต่ละชิ้นเท่ากับข้าวหนึ่งเมล็ด เท่ากับเรามีข้าวเพียงพอที่จะทำอาหารเลี้ยงผู้คนได้ 567,000 คน 

ทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3 มิติ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22 นาโนเมตร จำนวนกว่า 6 ล้านชิ้นสามารถใส่ลงไปในเครื่องหมายจุดได้

 

โดย: ทีมข่าวไอทีออนไลน์

21 พฤศจิกายน 2554, 09:54 น.

การย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ย้ายไปใช้ จ.นครนายก หรือ จ.เพชรบูรณ์

 Thairath mobile site

จากย้ายเมืองหลวง พ.ร.ฎ. อภัยโทษแม้ว ย้อน 'เดจาวู' ไฟล้างเมือง!!

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่พูดกันทั่วเมืองอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลออกมาจุดประเด็นการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ย้ายไปใช้ จ.นครนายก หรือ จ.เพชรบูรณ์ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย หลายคนงง หลายคนสงสัย หลายคนไม่เข้าใจ ไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยังบรรดาโหราจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยและดวงดาว นอกจากถามหาต้นตอถึงเรื่องย้ายเมืองหลวง และเหมาะไม่เหมาะแล้ว ยังเป็นสำรวจดวงเมืองของประเทศไทยด้วยว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น...

 


นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวถึงคำทำนายเรื่องการย้ายเมืองหลวงของประเทศที่กำลังถูกจุดขึ้นมาจากรัฐบาลในขณะนี้ว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รัฐบาลใช้ตำราโหราศาสตร์ในการตระเตรียมการย้ายเมือง ซึ่งตำราย้ายเมืองเป็นหนึ่งในคำทำนายของโหรในสมัยก่อน โดยใช้วัฏฏะของดาวพฤหัส กับดาวเสาร์โคจรไล่ล่ามาทันกันในแต่ละยุค 

"ดาวพฤหัสบดีโคจร 1 ราศีใช้เวลา 1 ปี (12 ราศี ก็ 12 ปี) ส่วนดาวเสาร์ 1 ราศีใช้เวลา 2 ปีครึ่ง (12 ราศีใช้เวลา 30 ปี) พอดาวคู่นี้โคจรมาทันกันครั้งหนึ่ง ก็จะแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ 10 ยุค 

1.มหากาฬ 

2.ภาณยักษ์ 

3. รักบัณฑิต 

4.สนิทธรรม 

5. จำแคว้นขาด 

6. ราษฎรจน 

7. ชนร้องทุกข์ 

8. ยุคทมิฬ 

9. ถิ่นกาขาว 

10. ชาวศิวิไล ซึ่งเดิมคำพยากรณ์โบราณนี้มันมีแค่ 10 ยุค ตอนหลังโหรในรุ่นใหม่ก็มาพยากรณ์ต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์พลเรือตรีประเวช โรจนสมบูรณ์ (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) โหรชื่อดังพยากรณ์ต่ออีก 2 ยุค คือ 

11.ยุคไทยช่วยไทย และ 

12.ยุคโยกย้ายนครหรือโยกย้ายประชากร" 

พลเรือตรีประเวช อธิบายคำทำนาย 2 ยุคที่เพิ่มขึ้นมาว่า แต่ก่อนเก่าเมืองหลวงของไทยโดยปกติมันก็จะอยู่ทางเหนือ แล้วก็ย้ายมาทางใต้เรื่อยๆ ตั้งแต่เชียงแสนลงมา มาถึงสุโขทัย ลงมาทางใต้อยุธยา มาถึงธนบุรี แล้วก็ใต้มาอีกจนถึงกรุงเทพฯ ก็ใต้มากอีก 

"ครั้งนี้ก็ใกล้จะถึงรอบการย้ายนครตามตำราโหราศาสตร์โบราณ ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อจะย้ายจะย้ายไปทางไหนจะย้ายจากกรุงเทพฯ ลงไป จ.สมุทรปราการ ก็ใกล้ทะเลก็ไม่ใช่ ดังนั้นท่านจึงแนะนำว่าให้ย้ายไปทางตะวันออกเลี่ยงน้ำท่วมไปหาที่สูงๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือมันเป็นเรื่องใหญ่หากจะต้องย้ายจริงก็ต้องหาเวลาดวงดาวดีๆ ที่สำคัญหากจะมีการย้ายเมืองหลวงมันต้องมีเหตุผลมากพอ เพราะว่าเมืองหลวงเป็นศูนย์กลาง ถามว่า จ.นครนายก กับ จ.เพชรบูรณ์ ที่ไหนเหมาะกว่า ผมมองว่าเพชรบูรณ์จะย้อนไปยุคเก่าค่อนข้างมากกว่านครนายกที่เหมาะกว่า อย่างไรก็ดีหากยึดตามตำรา ต้องเป็นจังหวัดที่เบี่ยงไปทางตะวันออกเฉียงไปทางตะวันเหนือ จะดีที่สุด" 

นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า อย่างไรก็ดี ตนมองว่าไม่ใช่ตอนนี้ที่จะมาย้ายเมืองหลวง แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ คำพยากรณ์เรื่องยุคใหม่อีก 1 ชุด ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่กล่าวถึง นารีขี่ม้าขาวแล้วชูประชานิยม และนายกฯ เป็นผู้หญิงพึงระวัง เพราะว่าจะมีสายน้ำเชี่ยวกรากมาทำลายล้างคนชั่ว และความชั่วร้าย หลังจากนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจนมาสู่ยุคโยกย้ายเมืองหลวงแล้วจึงเข้าสู่ยุคแสงทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน 

"ในฐานะโหรผมว่าคำทำนายชุดนี้น่าสนใจมากๆ และอยากให้จับตาวันที่ 7 ธ.ค.54 นี้ให้ดี เพราะว่าดาวเสาร์จะเล็งพฤหัสบดีไปถึงวันที่ 5 เมษายน 2555 จะถึงเวลามีจุดเปลี่ยนที่รุนแรงอยู่ช่วงนี้ โดยจะมีเหตุการณ์คล้ายๆ กับการเผาบ้านเผาศูนย์กลางเศรษฐกิจเมือง ตรงนี้ค่อนข้างแรง มีไฟรุนแรงดาวบาปพระเคราะห์ยังตรึงกันอยู่ และตัวที่บ่งบอกได้คือดาวอังคารอยู่ราศีสิงห์จะโคจรวิปริต 7-8 เดือน ซึ่งเขาพยากรณ์เอาไว้หลายเรื่อง 

1.โรคภัยไข้เจ็บระบาดที่รุนแรงทำให้ผู้คนล้มตายไปมาก 

2.เรื่องแผ่นดินจะแยกออกจากกัน 

3.ระวังเรื่องความรุนแรง เรื่องไฟ และพระธรณีจะดูดกินเลือดคนจะมีการสูญเสียเลือดเนื้อ 

4.อุบัติเหตุทางการเมือง 

5.เรื่องศึกต่างเมืองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงอยากให้ระวัง"


เมื่อถามถึง พ.ร.ฎ.อภัยโทษที่กำลังถูกจุดขึ้นมา โดยมีฝ่ายต่างๆ ออกมาคัดค้านมากมาย

"ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่อีกหนึ่ง ที่จุดกระแสความขัดแย้งนองเลือด และจะย้อนรอยประวัติศาสตร์ความขัดแย้งตามที่ตำราว่าเอาไว้ ดังนั้นจึงเตือนด้วยความหวังดีกว่าให้คุณทักษิณหยุดได้ก็ควรหยุด เพราะช่วงเวลานี้ดวงคุณทักษิณยังไม่ได้กลับประเทศไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากดวงดาวยังไม่เคลื่อน ตอนนี้พฤหัสยังอยู่ในภพมรณะ ดาวเจ้าเรือนยังมีดาวที่ต่างบ้านต่างเมืองอยู่ ถ้ามาก็ไม่ประสบผลดีเท่าไหร่ ส่วนผู้นำประเทศอีกไม่นานจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยประชาชนคนดีจะเป็นผู้ชนะ"

ขณะเดียวกัน ซินแสวิศิษฐ์ เตชะเกษม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยชื่อดังกล่าววิเคราะห์จังหวัดนครนายก และจังหวัดเพชรบุรีทำเลเมืองใหม่ที่ถูกจุดขึ้นมาว่า อันดับแรกต้องเข้าใจหลักพื้นที่ที่เหมาะของฮวงจุ้ยมันมีระดับ เช่น พื้นที่ระดับที่ลาดต่ำ เหมาะกับเกษตร ชาวไร่ ชาวนา พื้นที่ระดับพื้นที่น้ำ เหมาะกับชาวประมง พื้นที่ราบสูงเหมาะกับชาวบ้านทั่วไป พื้นที่ราบสูงขึ้นมาอีกระดับเหมาะสำหรับผู้ปกครอง คำถามก็คือทั้ง จ.นครนายก และ จ.เพชรบูรณ์ ที่มีคนเสนอว่าจะเป็นเมืองใหม่นั้น คิดง่ายๆ เมื่อคุณเปิดออฟฟิศแล้วมีการวางระบบ มีอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือเทคโนโลยีที่ดีเพียบพร้อมหมดแล้ว มีเหตุผลอะไรในการย้ายออฟฟิศใหม่ บ้านเกิดก็ต้องเป็นบ้านเกิดอยู่ดี วิญญาณความรู้สึกมันเป็นแบบนั้น

"ส่วนตัวไม่เห็นด้วยเมืองหลวงตรงนี้มันมีประวัติศาสตร์ของมันเราเป็นรัตนโกสินทร์เพราะว่ารัชกาลที่ 1 สร้างตรงนี้เป็นเมืองหลวงแล้วตอนนี้ยังอยู่รัตนโกสินทร์ สมมติคนที่บอกไปนครนายกหมายถึงจะสร้างรัฐใหม่หรืออย่างไรตามหลักชัยภูมิ ฮวงจุ้ยนครนายก มีความสำคัญอยู่ เป็นพื้นที่ราบสูง แต่เป็นพื้นที่ที่มีภูเขาเยอะการสร้างเมืองที่นี่ในเรื่อง Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างใช้เสาเข็มน้อยจริง แต่หากคุณไปอยู่ตรงนั้นจริง คุณต้องไปสร้างถนนหนทาง สร้างระบบระบายน้ำใหม่ สร้างระบบน้ำใหม่ ซึ่งใช้เงินมหาศาลแต่หากสร้างแล้วใช้เป็นเมืองตัวอย่างโอเค อย่างฝรั่งเศสเขาสร้างเมือง ลียง เอาเมืองเก่ามาสร้างเมืองใหม่ คร่อมทับเมืองเก่า เพื่อศึกษาระบบต่างๆ แต่ไม่ใช่เพื่อแบ่งการปกครอง" 

ซินแสวิศิษฐ์บอกว่า เหมือนอย่าง จ.เพชรบูรณ์ ที่มีชื่อว่าจะเป็นเมืองหลวงใหม่นั้นก็ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากบริเวณนั้นชัยภูมิเป็นพื้นที่แข็งมาก แต่เหนืออื่นใดปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าเมืองหลวงย้ายไปอยู่ตรงนั้นจะเอาแหล่งน้ำมาจากไหนเพราะมันเป็นที่สูง

"แต่ถามว่าพื้นที่น้ำท่วมไหม โอเคไม่ท่วมแน่ แต่ถามว่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ถ้าเมืองหลวงไปอยู่ตรงนั้นก็เหมือนกับซาอุดีอาระเบีย มันแห้งแล้งแล้วคิดว่าน้ำคุณแพงไหม ระบบสาธารณูปโภค ระบบน้ำใช้ ถ้าคุณไม่สร้างเมืองแล้วคุณจะใช้น้ำที่ไหน มันเป็นพื้นที่ที่ต้องรอรับน้ำที่ไกลกว่า คำถามผมก็คือเมื่อ เศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญมันมีความซับซ้อนจากประชากรมากมาย คุณจะเอาประชากรย้ายไปอยู่ที่นั้น เอางบประมาณมาจากไหน Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐาน ที่ต้องสร้างไฟฟ้าประปาเอาที่ไหน เพราะมันเป็นเมืองที่ราบสูง เอาน้ำจากไหน โอเคมีร่องน้ำจริง แต่ถามว่าพอไหมไหนจะระบบการจำกัดน้ำเสียคุณจะปล่อยน้ำลงที่ไหน หรือว่าทิ้งลงมาผ่านกรุงเทพฯ คุณจะสร้างระบบสถานที่ราชการคุณต้องสร้างใหม่ทั้งหมด ประชากรเท่าไหร่สร้างเมืองจำลองเพื่อศึกษาได้"

สิ่งที่สำคัญของคำว่าฮวงจุ้ยที่ดีก็คือการอยู่ตามสภาพแวดล้อมอย่างเข้าใจ และใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด แต่ 2 จังหวัดนี้ ที่จะสร้างเป็นเมืองใหม่นั้นไม่เหมาะตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี และไม่ดีกว่าเมืองหลวงปัจจุบัน กรุงเทพฯ ไม่ได้ผิด ผิดที่คนไทยและผู้มีอำนาจไม่มีวินัย ไม่มีการวางผังเมืองที่เข้มงวด ปล่อยปละละเลย ดังนั้นการพัฒนาคนในประเทศ ผู้นำ นักปกครองดีกว่าย้ายเมืองหลวงใหม่แล้วไปสร้างปัญหาเดิมๆ ให้กับ จ.นครนายก จ.เพชรบูรณ์ เป็นเหมือนกรุงเทพฯ แล้วก็ย้ายไปเรื่อยๆ"


ซินแสภาณุวัฒน์ พันธ์ุวิชาติกุล กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่าชัยภูมิของ จ.นครนายก มีเขาใหญ่ที่เป็นเนินสูงถือว่าชัยภูมิที่ดี ในระดับหนึ่งเพราะมีเมืองบริวารด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็น จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระบุรี พระนครศรีอยุธยาสามารถหนุนดวงหลายๆ อย่างได้ อีกทั้งลงมามันก็ใกล้กับ จ.ชลบุรี พัทยา บางแสน แน่นอน จ.นครนายก เป็นพื้นที่สูงน้ำไม่ท่วมถึงแน่ๆ แต่ถามว่า จ.นครนายกเหมาะเป็นเมืองหลวงใหม่ไหม ทิศทางไม่ดีไม่เหมาะอยู่แล้วจะไม่รุ่งเรือง

"จริงๆ หลักฮวงจุ้ยที่ดีสามารถผ่าตัดที่เพื่อเสริมให้ชัยภูมิดีได้แต่ไม่เหมาะ เหมือนกับเพชรบูรณ์ที่ไกลจากกรุงเทพฯ เกินไป ไกลจากจุดศูนย์การค้าของประเทศอย่างชลบุรี ระยอง สมุทรสาคร พูดถึงเมืองหลวงตามตำราฮวงจุ้ยกรุงเทพฯ ดีที่สุดเพราะแขนซ้าย แขนขวาดีมาก ซ้ายมือเป็น จ.เพชรบุรี  ราชบุรี แขนขวามือเป็น จ.ชลบุรี จ.ระยอง ชัยภูมิด้านล่างคือภาคใต้เป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ขวามือด้านล่างก็จะเป็นประเทศกัมพูชา หลักฮวงจุ้ยเรียกว่าการโอบอุ้ม ดังนั้นกรุงเทพฯ จะดีที่สุด ในระดับฮวงจัยเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ดีแบบนี้ เราสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ แต่ที่มีปัญหาเนื่องจากปัญหาของผู้คนที่ไม่ดี เจริญหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการย้ายเมืองหลวง ถ้าคนยังโกงกินประเทศฮวงจุ้ยแค่ไหนก็ไม่เจริญ"

ซินแสภาณุวัฒน์ ยังกล่าวถึงดวงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ อดีตนายกฯพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ดวงคุณยิ่งลักษณ์ไม่ดีเอามากๆ ให้ระวังเดือนมกราคมที่เป็นเดือนชง จะโดนหนักกว่านี้ เหมือนกับ ดวงคุณทักษิณ ในหนังสือดูดวงของผมที่เขียนไว้เมื่อปีที่แล้วว่า เมื่อมรสุมผ่านไปท้องฟ้าจะแจ่มใส แต่มักจะทิ้งซากปรักหักพังเอาไว้ให้แก้ไข 

"ผมย้ำว่าในหนังสือว่าเดือนหน้าจะมีการช่วงชิงการเป็นนายกฯ จากพรรคเดียวกันพรรคร่วม พรรคฝ่ายค้าน หรือคนนอก ซึ่งตอนนี้พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก มีโหวเฮ้งที่ดีที่สุดในรัฐบาล คางใหญ่สวย ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร ที่หลายคนหมายมั่นปั้นมือว่าอยากให้เป็น แต่สิ่งที่ผมเตือนไว้ตรงนี้ก็คือ วันนี้ไฟก็มาแล้ว น้ำก็มาแล้ว อีกไม่นานประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ดังนั้นควรระวังตัวให้ดี"

Twitter : raydo_thairath

โดย: ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ไลฟ์สไตล์

18 พฤศจิกายน 2554, 05:30 น.


วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ข้อมูลจุดจอดเรือรับ–ส่งผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กทม. 79 แห่ง

 วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 17:54 น.  ข่าวสดออนไลน์ 


ข้อมูลจุดจอดเรือรับ–ส่งผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กทม. 79 แห่ง 

1. สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สนามเป้า ใช้เส้นทาง ถนนพหลโยธิน ซอย 2 - สนามเป้า - พล.ม.2 - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 
2. สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งภัตตาคารพงหลี ใช้เส้นทาง ด้านภัตตาคารพงหลี หน้า โรงพยาบาลราชวิถี - พหลโยธิน (ฝั่งเซเวียร์) - ห้างแฟชั่นมอลล์ 
3. สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พญาไท ติดกับ โรงแรมฟลอริด้า ใช้เส้นทาง ถนนศรีอยุธยา – แยกพญาไท – แยกศรีอยุธยา - แยกตึกชัย 
4. สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ราชเทวี ตรงข้ามโรงแรมเอเชีย ใช้เส้นทาง ถนนเพชรบุรี – สะพานหัวช้าง – แยกเพชรพระราม - แยกอุรุพงษ์ 
5. สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ราชปรารภ ใช้เส้นทาง ถนนเพชรบุรี - ถนนนิคมมักกะสัน ถนนราชปรารภ 

  6. ตลาดประแจจีน ใกล้แยกอุรุพงษ์ ใช้เส้นทาง ขึ้นทางด่วนยมราช - ถนนพระราม 6 - ถนนอุรุพงษ์ 
  7. แยกเพชรพระราม ติด ธนาคารออมสินสาขาอุรุพงษ์ ใช้เส้นทาง ถนนอุรุพงษ์+ถนนพระราม 6 - ตลาดประแจจีน 
  8. แยกคลองสอง (ถนนพระยาสุเรนทร์ ตัด ถนนเลียบคลองสอง) เขตคลองสามวา ใช้เส้นทาง ถนนพระยาสุเรนทร์ -   คลองพระยาสุเรนทร์   
  9. คลองบางซื่อ ถนนวิภาวดีรังสิต ใช้เส้นทาง ถนนวิภาวดีตลอดสาย และซอยแยก 
10. หน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก ใช้เส้นทาง ถนนรัชดาภิเษกตลอดสาย และซอยแยก

11. หน้าทางเข้าแฟลตส่วนกลาง ใช้เส้นทาง ซอยสุดท้ายที่แฟลตส่วนกลาง 
12. บริเวณตัดแจ้งวัฒนะ 14 ใช้เส้นทาง ตลอดซอย 
13. สุดซอยสารถี ใช้เส้นทาง ตลอดซอย 
14. ไม้กั้นเมืองทอง ใช้เส้นทาง ถนนสายหลัก - หมู่บ้านเมืองทอง 
15. แยกโกสุม ใช้เส้นทาง ถนนโกสุม 

16. แยกเคหะทุ่งสองห้อง ใช้เส้นทาง ถนนทางเข้าเคหะทุ่งสองห้อง 
17. ถนนเลียบคลองสอง ใช้เส้นทาง ตั้งแต่ กม.25 - กม.26 ซอยแอนแน๊ค 
18. หน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ใช้เส้นทาง ถนนพหลโยธินหน้าเซ็นทรัล – หน้าห้างเมเจอร์ รัชโยธิน 
19. หน้าห้างเมเจอร์ รัชโยธิน ใช้เส้นทาง ถนนพหลโยธินหน้าเมเจอร์ฯ รัชโยธิน - แยกเกษตร 
20. แยกศรีสมาน ใช้เส้นทาง แยกศรีสมาน – สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง

21. ทางด่วนโทลเวย์ลำลูกกา ใช้เส้นทาง ทางลงลำลูกกา - ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก 
22. ท่าเรือคลองแสนแสบ ข้าง บก.น.3 ใช้เส้นทาง ท่าเรือ บก.น.3 - ประตูน้ำแสนแสบ 
23. ท่าเรือคลองแสนแสบ ข้าง บก.น.3 ใช้เส้นทาง ท่าเรือ บก.น.3 - คลองสามวา 
24. ท่าเรือคลองแสนแสบ ข้าง บก.น.3 ใช้เส้นทาง ท่าเรือ บก.น.3 - คลองสองต้นนุ่น 
25. ท่าเรือคลองแสนแสบ ข้าง บก.น.3 ใช้เส้นทาง ท่าเรือ บก.น.3 - วัดบำเพ็ญเหนือ 

26. ประตูน้ำคลองแสนแสบ ใช้เส้นทาง ประตูน้ำคลองแสนแสบ - วัดทรัพย์สโมสร 
27. หน้าวัดลานบุญ ซอยร่มเกล้า 27 ใช้เส้นทาง คลองประเวศบุรีรมย์ 
28. สามแยกคุ้มเกล้าตัดเจ้าคุณทหาร ใช้เส้นทาง ถนนคุ้มเกล้าตลอดเส้น 
29. วัดหนองจอก ใช้เส้นทาง วัดหนองจอก - ตลาดหนองจอก 
30. หมู่บ้านร่มทิพย์ ใช้เส้นทาง ถนนหทัยราษฎร์ หมู่บ้านร่มทิพย์ - มีนบุรี

31. วัดศรีบุญเรือง (ซอยรามคำแหง 107) ใช้เส้นทาง คลองแสนแสบ 
32. ซอยมหาดไทย (ซอยรามคำแหง 65) ใช้เส้นทาง คลองแสนแสบ 
33. ซอยรามคำแหง 53 ใช้เส้นทาง คลองแสนแสบ 
34. ซอยวัดเทพลีลา (ซอยรามคำแหง 39) ใช้เส้นทาง คลองแสนแสบ 
35. ซอยรามคำแหง 29 ใช้เส้นทาง คลองแสนแสบ 
36. ซอยรามคำแหง 19 ใช้เส้นทาง คลองแสนแสบ 
37. ห้างโลตัสวังหิน ใช้เส้นทาง ภายในซอย 
38. ม.เสนานิเวศฯ ใช้เส้นทาง ภายในซอย 
39. ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 1 ใช้เส้นทาง ภายในซอย 
40. ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 19 ใช้เส้นทาง ภายในซอย

41. ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 9 ใช้เส้นทาง ภายในซอย 
42. ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 26 ใช้เส้นทาง ภายในซอย 
43. ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 30 ใช้เส้นทาง ภายในซอย 
44. แยก หมู่บ้านทุ่งเศรษฐี ใช้เส้นทาง ถนนรามคำแหง 2 แขวงดอกไม้ 
45. แยกทางเข้าโรงเรียนกรุงเทพพิทยา ใช้เส้นทาง ถนนรามคำแหง 2 แขวงดอกไม้ 
46. แยกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 ใช้เส้นทาง ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงบางบอน 
47. แยกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 72 ใช้เส้นทาง ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงบางบอน 
48. หน้าบริษัทประมูลรถแมนไฮ ใช้เส้นทาง ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงประเวศ,ดอกไม้ 
49. หน้าศูนย์อัญมณีเจโมลิส ใช้เส้นทาง ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงประเวศ,ดอกไม้ 
50. ปากซอยสุขุมวิท 22 ใช้เส้นทาง ปากซอยสุขุมวิท 22 – ถนนพระราม 4

51. ปากซอยสุขุมวิท 26 ใช้เส้นทาง ปากซอยสุขุมวิท 26 - ถนนพระราม 5 
52. ปากซอยสุขุมวิท 39 ใช้เส้นทาง ปากซอยสุขุมวิท 39 - สะพานพร้อมพงษ์ 
53. ปากซอยสุขุมวิท 49 ใช้เส้นทาง ปากซอยสุขุมวิท 49 - ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน 
54. แยกอโศก ถนนสุขุมวิท ใช้เส้นทาง สะพานมิตรสัมพันธ์ 2 - แยกคลองเตย 
55. หน้าสหกรณ์เอกมัย ถนนสุขุมวิท ใช้เส้นทาง สะพานมิตรสัมพันธ์ 3 - แยกเอกมัย 

56. แยกคลองตัน ใช้เส้นทาง แยกคลองตัน - แยกสุขุมวิท และ แยกคลองตัน - แยกพัฒนาการ 
57. โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ซอยวชิรธรรมฯ 57 ใช้เส้นทาง ซอยวชิรธรรมฯ 57 - ปากซอยอ่อนนุช 44 
58. ตลาดยอดมิตรภาพ ซอยสุภาพงษ์ ใช้เส้นทาง ซอยสุภาพงษ์ หน้าตลาดยอดมิตรภาพ - ปากซอยอ่อนนุช 46 
59. วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ซอยสุขุมวิท 93 ใช้เส้นทาง วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม - ซอยสุขุมวิท 93 
60. หมู่บ้านเมืองทอง 4 ปลายซอยสุขุมวิท 101 ใช้เส้นทาง หมู่บ้านเมืองทอง 4 ปลายซอยสุขุมวิท 101 – 
ปากซอยสุขุมวิท 101

61. ท่าเรือราชวงศ์ ใช้เส้นทาง ตามปกติของเส้นทางเดินเรือ 
62. ใต้ด่วน ถนนจันทน์ (ถนนเจริญราษฎร์ ตัดถนนจันทน์) ใช้เส้นทาง ถนนจันทน์, เจริญกรุง และ
ภายในซอยของถนนดังกล่าว 
63. ปากซอยถนนทุ่งมังกร ตัดถนนบรมราชชนนี ใช้เส้นทาง ถนนทุ่งมังกรตลอดสาย และถนนสวนผักบางส่วน 
64. ปากทางถนนฉิมพลี ตัดถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน ใช้เส้นทาง ถนนฉิมพลี - ชุมทางตลิ่งชัน 
65. พุทธมณฑลสาย 1 ตัดถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน ใช้เส้นทาง ถนนพุทธมณฑลสาย 1 - ถนนสวนผัก 

66. สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ใช้เส้นทาง ภายในชุมชน 
67. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ ใช้เส้นทาง ภายในชุมชน 
68. บริเวณแยกมไหสวรรย์ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เขตธนบุรี ใช้เส้นทาง แยกมไหสวรรย์ไปบางปะแก้ว, 
ซอยตากสิน 8, แยกบุคคโล ซอยเจริญนคร 84 
69. ปากซอยเพชรเกษม 34 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ใช้เส้นทาง ในซอยและชุมชน 
70. ปากซอยเพชรเกษม 48 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ใช้เส้นทาง ในซอยและชุมชน


71. ปากซอยเพชรเกษม 52 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ใช้เส้นทาง ในซอยและชุมชน 
72. ปากซอยเพชรเกษม 54 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ใช้เส้นทาง ในซอยและชุมชน 
73. ปากซอยเพชรเกษม 58 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ใช้เส้นทาง ในซอยและชุมชน 
74. ท่าวัดม่วง แขวงหลักสอง เขตบางแค ใช้เส้นทาง ตลอดคลองภาษีเจริญ 
75. ศาลเจ้าแม่ทับทิม แขวงบางแค ใช้เส้นทาง ตลอดคลองภาษีเจริญ 

76. บริเวณชุมชนบ้านขิง ถนนเพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค ใช้เส้นทาง ตลอดคลองภาษีเจริญ 
77. ปากซอยเพชรเกษม 114 ใช้เส้นทาง ปากซอยเพชรเกษม 114 ถึงหนองแขมคอนโด 
78. ปากซอยเพชรเกษม 112 ใช้เส้นทาง ปากซอยเพชรเกษม 112 ถึงหมู่บ้านณัฐกานต์ 
79. ปากซอยเพชรเกษม 110 ใช้เส้นทาง ปากซอยเพชรเกษม 112 ถึง สถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู